Make your own free website on Tripod.com
 
 

 

ขี้หู…มาจากไหน ทำอย่างไรถ้าคัน-เจ็บ-อักเสบหู

หู …เป็นอวัยวะที่เรารู้จักกันดีเรียกได้ว่า พอเห็นหน้าใครก็จะเห็นลอยมาอยู่ 2 ข้าง แต่ทว่าความรู้เกี่ยวกับหู การทำงานของหู และการดูแลที่ถูกต้องนั้นคนส่วนใหญ่มักไม่ค่อยรู้กัน

สำหรับองค์ประกอบหูส่วนนอกสุด ที่เราเห็นกันทุกคนคือ ใบหู และอันดับต่อไป ที่เร้นลับเข้าไป คือ รูหู โดยบริเวณส่วนนอกเท่านั้น ที่มีต่อมสร้าง ขี้หู ทำให้เราพบขี้หู อยู่รอบ ๆ บริเวณปากทางเข้ารูหู ซึ่งมีหน้าที่ดักฝุ่น สิ่งสกปรก ไม่ให้เข้าไปถึง เยื่อแก้วหู ธรรมชาติ สร้างรูหู ให้มี รูปร่าง เป็นกรวย มีปากทางเข้า กว้างกว่า รูหูส่วนใน

ขี้หูที่สะสมอยู่นี้ ปกติจะแห้ง หลุดออกมาได้เอง โดยไม่เคลื่อนตัวเข้าไปในส่วนลึก ๆ ของรูหู จึงไม่จำเป็น ที่จะต้องแคะหู หรือใช้ไม้พันสำลีเช็ดหู เพราะบ่อยครั้ง อาจจะดันให้ขี้หูเข้าไปสะสมในรูหูส่วนใน หรือทำให้รูหูถลอก อักเสบ- ติดเชื้อได้ หนังหุ้มรูหูส่วนในนั้น เปราะบางมาก เวลาแหย่หูลึก ๆ แล้วไปกระแทกโดนเข้า จะเจ็บมาก

หลายคนเข้าใจผิดว่า ควรต้องเช็ดรูหู ให้สะอาดเสมอ หรือเช็ดหูให้สะอาดเสมอ หรือเช็ดหูด้วย ไม้พันสำลี หลังอาบน้ำทุกครั้ง แต่จริง ๆ แล้ว มีขี้หูเคลือบรูหูบ้าง จะดีกว่า เพราะยิ่งเช็ด หรือแคะหูมาก รูหูจะยิ่งแห้ง และคันหูได้มากกว่า ส่วนกรณีหลัง การอาบน้ำหรือสระผม ถ้าน้ำเปียกหู อาจใช้ไม้พันสำลี ชนิดเนื้อแน่น ขนาดเล็ก ซับน้ำที่ปากรูหูนิดหน่อยก็พอ

แต่ถ้าน้ำเข้าหูเป็นชั่วโมงแล้ว ยังไม่ออกมา หูยังอื้ออยู่ ส่วนใหญ่เป็นเพราะมีขี้หูอยู่ในส่วนลึกของรูหู ซึ่งอมน้ำไว้ กรณีนี้ ควรให้แพทย์หู-คอ-จมูก ตรวจทำความสะอาดหู แพทย์อาจล้างหู ด้วยการฉีดน้ำ หรือใช้เครื่องดูดขี้หู แล้วแต่ความเหมาะสม

ผู้ที่มีปัญหาขี้หูมากหรือขี้หูแห้ง คันหูมาก หลังจากให้แพทย์ทำความสะอาดแล้ว อาจใช้น้ำมันพวก GLYCERINE, BABY OIL หยอดหูอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง จะช่วยชะล้างรูหูให้สะอาดขึ้นได้ วิธีนี้ยังใช้ได้ดีกับเด็กเล็ก ๆ เพราะรูหูเล็กเช็ดก็ยาก แคะก็ยาก

สำหรับผู้ที่คันหูบ่อย ๆ สิ่งที่ควรกระทำ คือ
  1. งดแคะหู หรือใช้ไม้พันสำลีปั่นหู
  2. ให้แพทย์ทำความสะอาดรูหูแล้วใช้น้ำมันหยอดหูเป็นประจำ
  3. ถ้าเป็นโรคผิวหนังที่รูหู เช่น Seborrheic dermatitis แพทย์จะป้ายยาหยอดยาที่มี Cortisone ผสมอยู่
ส่วนถ้าเจ็บรูหู รูหูอักเสบบ่อยควรปฏิบัติเพิ่มเติมจากปัญหาหูคัน คือ
  1. อย่าใช้นิ้วแหย่หูเด็ดขาดเพราะขอบเล็บที่ปลายนิ้วจะทำให้หูถลอก ติดเชื้อและอักเสบ ได้ง่าย
  2. ให้แพทย์ตรวจทำความสะอาดหูปีละ 2-3 ครั้ง ไม่ให้ขี้หูค้างในรูหู
  3. หลังว่ายน้ำทุกครั้ง ควรหยอดหูด้วยน้ำส้มสายชู ( 2% Acetic acid) หรือน้ำส้มสายชู ผสมแอลกอฮอร์ในอัตราส่วน 1 ต่อ 1 ซึ่งสามารถฆ่าเชื้อโรคได้ทั้งแบคทีเรียและเชื้อรา
หูอื้อหลายวันยังไม่หาย อาจจะไม่ใช่เป็นเพราะมีขี้หูก็ได้ เช่น อาจเกิดจากน้ำขังในส่วนกลาง หรือโรคของหูส่วนในที่ต้องให้แพทย์ตรวจรักษาอย่างทันท่วงที

นพ.เติมศักดิ์ กุศลรักษา

 

 

 

 
 

  © Copyright 2004.